อินโดฯผุด”ธนาคารอาหาร”พื้นที่ใหญ่กว่าสิงคโปร์10เท่า

รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังพัฒนา ฟาร์มการเกษตรในหลายจังหวัด รวมพื้นที่กว้างขวางกว่าประเทศสิงคโปร์ประมาณ 10 เท่า ตามโครงการผลิตอาหารเลี้ยงดูประชากร 274.2 ล้านคนของประเทศ และลดการพึ่งพาอาหารนำเข้าจากต่างแดน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบจอภาพทางไกล เมื่อวันพุธ ว่า ฟาร์มเกษตรในโครงการธนาคารอาหาร ท้ายที่สุดจะครอบคลุมพื้นที่เกือบ 800,000 เฮกตาร์ (4,880,000 ไร่) สำหรับการปลูกพืชผัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด เพื่อหล่อเลี้ยงประเทศประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก

การประกาศของผู้นำอินโดนีเซีย สร้างความโกรธเคืองแก่องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่เคยส่งเสียงเตือนก่อนหน้านี้ว่า โครงการจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดินพรุ และเพิ่มโอกาสเกิดไฟป่า ที่เกิดขึ้นเกือบทุกปี และหมอกควันลอยปกคลุมประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความขัดแย้ง ตลอดระยะ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

วิโดโดกล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นหนึ่งในโครงการแรกของโลก ที่เตรียมพร้อมรับมือวิกฤติอาหารโลก อันเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน และลดการพึ่งพาอาหารนำเข้า

โครงการนำร่องได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว ที่จังหวัดสุมาตราเหนือ บนเกาะสุมาตรา และที่จังหวัดกาลีมันตันกลาง บนเกาะบอร์เนียว โครงการระยะต่อไปจะอยู่ที่จังหวัดสุมาตราใต้ จังหวัดปาปัว และจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก

ต้นเดือนนี้ กลุ่มกรีนพีซ อินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์เตือนรัฐบาลจาการ์ตา ว่า การปรับเปลี่ยนที่ดินพรุ ที่อุดมไปด้วยคาร์บอน เป็นฟาร์มเกษตรขนาดยักษ์ จะสร้าง “ความหายนะ” ให้กับสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ป่าพรุเนื้อที่กว่า 250,000 เฮกตาร์ถูกไฟเผาผลาญ ในจังหวัดกาลีมันตันกลาง “ขณะที่ชุมชนนักวิทยาศาสตร์ได้เรียกร้องให้ช่วยกันปกป้องที่ดินพรุทั้งหมด เพื่อหยุดยั้งภาวะโลกร้อน แต่รัฐบาลอินโดนีเซียกลับสนับสนุนแผนการ ที่จะเปลี่ยนผืนดินเหล่านี้ ให้เป็นระเบิดคาร์บอนอีกลูก”

Categories: News